บทที่ 9 สืบหาความจริง
บทที่ 8
สืบหาความจริง
เป็นเพราะตอนนี้เพื่อนๆ คนอื่นๆ ของเขาต่างออกไปท่องราตรีกันหมด ชายหนุ่มไม่อยากขัดความสุขของเพื่อนๆ ที่ไปเที่ยวกลางคืน ดังนั้นจึงตัดสินใจจะมาปรึกษากับเพื่อนชายที่ดูจะเรียบร้อยที่สุดในกลุ่มอย่างเดวิด ถึงจะยังไม่แน่ใจว่าเพื่อนรักจะให้คำตอบเขาได้ไหมก็ตาม
“ว่าไง ทำไมวันนี้ไม่ไปเที่ยวล่ะ อ่ะ นี่เอาไปดื่มสิ” ว่าแล้วก็ส่งเบียร์กระป๋องให้กับเพื่อนรักที่วันนี้มาแปลก
ปกติเพื่อนของเขาคนนี้จะมาที่นี่ เวลาที่จะมานั่งสังสรรค์กับเพื่อนๆ ที่เหลือในวันที่ไม่อยากเข้าผับเข้าบาร์เท่านั้น ส่วนเวลาอยากล่าผู้หญิงก็จะไปท่องตามสถานที่บันเทิงในยามค่ำคืนแถวๆ นี้
แต่วันนี้จัสตินมาแปลกมาก บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษาเขา เดวิดคิดไม่ออกเลยว่าเพื่อนชายจะปรึกษาเขาเรื่องอะไร เพราะคนฉลาดและเรียนเก่งมากอย่างจัสตินนั้น ไม่น่าจะมีเรื่องที่ตัวเองไม่รู้
“ฉันอยากจะถามนายว่า...” ว่าแล้วก็เล่าเรื่องความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับจิรัชญาให้เดวิดฟัง แต่ไม่ได้เล่าอะไรไปมากกว่าเรื่องความรู้สึกของตัวเอง
ดังนั้นเพื่อนชายก็ยังไม่รู้เรื่องของเขาและหล่อน แต่เจ้าตัวก็พอจะรู้เรื่องแล้วว่าอาการแบบนี้ของเพื่อนชายมันคืออะไร และก็แอบตกใจและขำขันนิดๆ เมื่อเห็นว่าคนฉลาดๆ อย่างนายจัสติน กลับไม่เข้าใจความรู้สึกและอาการที่ตัวเองเป็นอยู่
“ฮ่าๆ โง่ชะมัด”
หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ ที่จัสตินรู้ดีไปหมดทุกอย่าง ยกเว้นหัวใจตัวเอง
“อะไร ฉันเป็นอะไร ทำไมอยู่ๆ ถึงว่าฉันโง่”
ยิ่งได้ยินดังนั้นก็ยิ่งอยากรู้อาการประหลาดของตัวเอง
“เรื่องนี้ฉันบอกนายไม่ได้ว่ะเพื่อ ต้องรู้ด้วยตัวเอง มันเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องหาคำตอบด้วยตัวเองเท่านั้น”
เขายิ่งสงสัยและอยากรู้เข้าไปอีก
“บอกไม่ได้จริงๆ เหรอ ฉันอยากรู้จริงๆ นะ นายรู้แต่ทำไมไม่บอกฉัน”
ท่าทีร้อนรนของเพื่อนชายยิ่งทำให้เดวิดรู้สึกสนุก เขาจะไม่บอกเด็ดขาดว่าเจ้าเพื่อนรักนั้นเป็นอะไร เพราะจัสตินนั้นดันมาหาคำตอบไม่ได้ ทั้งที่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกตัวเอง
แบบนี้ยิ่งควรจะให้รู้ด้วยตัวเองดีกว่า ที่จะบอกไปตรงๆ เพราะเรื่องที่จัสตินกำลังประสบพบเจออยู่นั้น มันเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งซับซ้อนและละเอียดอ่อนมากๆ
ซึ่งถ้าบอกไปตรงๆ เพื่อนของเขาก็จะไม่ได้สัมผัส และรู้สึกกับความรู้สึกถึงที่เรียกว่า...
‘ความรักในเชิงชู้สาว’
เพราะยังไงความรู้สึกแบบนี้ ในความคิดของเดวิด การรู้เห็นด้วยตัวเองมันเป็นอะไรที่ไม่สามารถปฏิเสธหัวใจตัวเองได้อยู่แล้ว
แต่ถ้าหากรู้จากปากคนอื่น ความรู้สึกสุดแสนจะพิเศษที่มันไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนแบบนั้น จัสตินก็อาจจะไม่เชื่อและหาว่าเขามั่วด้วย
ดังนั้นการพิสูจน์มันด้วยตัวเอง จะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
“นี่จะไม่บอกจริงๆ เหรอ” จัสตินดูไม่ชอบใจกับคำตอบแบบนี้มากๆ แต่มีหรือที่จะต่อต้านเดวิดได้
‘คนอะไรกัน รู้ไปหมดทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องรักๆ’
นี่คงเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้จัสตินดูโง่ และทำให้เขาดูฉลาดขึ้นมา
แม้ฝ่ายจัสตินจะรู้สึกหงุดหงิดที่เพื่อนรักไม่ยอมให้คำตอบทั้งที่ตัวเองรู้ หนำซ้ำยังมานั่งหัวเราะเยาะ แต่เขาก็จะลองเชื่อเดวิดดู จะตามหามันด้วยตัวเอง เพราะเดวิดเป็นเพื่อนที่เขาไว้ใจมากๆ คนหนึ่ง และก็มั่นใจว่าเดวิดเป็นเพื่อนที่ดีและไว้วางใจได้ เพราะเหตุนี้เอง
เขาจะพิสูจน์และรู้เรื่องนี้ให้ได้ด้วยตัวเอง!
ในระหว่างที่กำลังขับรถกลับคอนโด
“อาหารหมดแล้วนี่นา เดี๋ยวพรุ่งนี้ยัยนั่นตื่นมาจะไม่มีอะไรกิน แล้วจะปวดท้องอีก” พอคิดได้ดังนั้นก็เลี้ยวรถจอดเทียบหน้าร้านสะดวกซื้อ
เขาเลือกซื้อแต่อาหารที่มีประโยชน์ทั้งนั้น เพราะปกติตัวเองก็เป็นคนรักสุขภาพอยู่แล้ว แต่ในวันนี้เขากลับไม่ได้เลือกแต่อาหารดีๆ ให้ตัวเองเพียงคนเดียว เขาได้เลือกมันให้กับคนที่นอนป่วยอยู่ที่ห้องด้วย
“ฉันนี่เป็นเอามากแฮะ... แทนที่จะคิดถึงตัวเองก่อนเป็นคนแรก แต่กลับคิดถึงแม่นั่นก่อน”
ได้แต่บ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอาของพวกนี้ไปจ่ายเงิน
เก่ง ฉลาด รอบรู้ไปเสียทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องความรู้สึกของตัวเอง นี่คงจะเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูโง่
เช้าวันต่อมา
จัสตินตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า เพราะเขามีเรียนตอนเก้าโมงและตอนสิบโมงในวันนี้ เพราะนึกขึ้นได้ว่าจิรัชญาป่วยอยู่ ถ้าเป็นปกติเขาจะตื่นสักแปดโมงกว่าจะทานอาหารเช้าและอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเศษๆ
มหาลัยก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ขับรถไปไม่เกินสิบนาทีก็ถึงเพราะเขาเป็นคนขับรถเร็ว แต่เป็นเพราะว่าวันนี้ลูกหนี้ของเขาที่รับหน้าที่เป็นทั้งแม่บ้าน คนใช้ และนางบำเรอ ที่ยังไม่ได้ถูกใช้งาน ดันมาป่วยเสียก่อน
จัสตินจึงต้องตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าทานเอง ซึ่งเขาก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไร จึงได้ทำไว้เผื่อจิรัชญาด้วย
ชายหนุ่มได้ลงมือปิดนาฬิกาปลุกที่หล่อนตั้งไว้ตรงโต๊ะข้างๆ โซฟาเรียบร้อย เพราะต้องเดินผ่านตรงบริเวณที่นั่งเล่นไปก่อนจึงจะถึงห้องน้ำและห้องครัว
พอสะดุดตาเข้ากับนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ตอนเจ็ดโมง มันก็ทำให้รู้ว่าแม่นี่ตั้งใจจะทำงานทั้งที่ยังป่วยอยู่ เขาจึงได้ปิดมันลงด้วยความไม่พอใจ เพราะหล่อนยังดื้อรั้นที่จะตื่นไปทำงาน
แสงแดดที่ส่องเข้ามาจากทางผ้าม่านของห้องนอนสุดหรู ได้สาดส่องมาที่ตาของสาวน้อยที่กำลังนอนหลับพักผ่อนร่างกายที่เจ็บปวดและเหนื่อยล้าอยู่ ร่างบางเล็กที่แบกรับภาระไว้หนักอึ้งจึงเริ่มรู้สึกตัวตื่น
‘รู้สึกนอนอิ่มกว่าวันอื่นๆ เลย อยากนอนต่อจัง’
คิดแบบนี้เมื่อตื่นขึ้น ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าหล่อนต้องรีบตื่นมาทำอาหารให้คุณจัสติน และโทรไปลางานที่ร้าน
ร่างบางรีบหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูด่วน ก่อนที่จะค้นพบว่านี่มันจะแปดโมงครึ่งแล้ว
“ฮะ!”
ร้องออกมาด้วยความตกใจ พอทำท่าจะลุกขึ้นก็ค้นพบว่าตัวเองยังคงมีอาการเจ็บปวดน้อยๆ ที่ท้องอยู่ หนำซ้ำยังรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว เหมือนจะมีไข้อ่อนๆ ด้วย ดังนั้นร่างบางของหล่อนจึงได้กลับไปนอนติดโซฟาอีกครั้ง
“ร่างกายไม่สามัคคีเอาซะเลย”
ได้แต่บ่นเบาๆ อยู่คนเดียว แต่ทว่าใจมันสู้ ดังนั้นเธอจะลุกขึ้นอีกครั้ง
“หยุดและนอนลงไปเดี๋ยวนี้ นี่คือคำสั่ง” คนที่เตรียมตัวจะไปเรียนเริ่มรู้สึกหัวเสีย เมื่อเห็นภาพความพยายามของหล่อน
‘ยัยนี่คิดว่าตัวเองเป็นลูกก็อตซิลลาหรือไงกัน อึดชะมัด’ บ่นเธออยู่ในใจ
ทางจิรัชญาก็ตกใจเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งของเขา
“จะไปไหน ฉันบอกแล้วไงว่าให้หยุดพักผ่อนจนกว่าจะหายดี”
“ก็จะไปทำอาหารเช้าให้คุณไงคะ แล้วก็จะโทรไปลางาน ขอ...”
“ไม่ต้องขอโทษ ไปล้างหน้าแปรงฟันซะ แล้วก็ไปทานอาหารเช้า ฉันทำไว้เผื่อเธอแล้ว ทานให้หมดและทานยาตามที่หมอสั่ง ฉันอนุญาตให้เธออยู่เฉยๆ ได้จนกว่าจะหายดี ไม่ต้องทำอะไร กินนอนและพักผ่อนอยู่ที่นี่ งานบ้านก็ไม่ต้องทำ ฉันไม่ได้ใจร้ายขนาดที่จะให้คนป่วยมาทำงานต่อหน้าหรอก ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็ไปทานอาหารเช้า กินยาและนอนพักซะ เข้าใจมั้ย”
สั่งเสียกับเธอแบบยาวๆ เลยทีเดียว ทั้งที่เจ้าตัวเองในเวลาปกติก็ไม่เคยพูดอะไรยาวๆ มากมายขนาดนี้ แต่ก็เป็นเพราะมาเจอแม่คนที่พูดน้อยกว่า เขาเลยกลายเป็นคนพูดมากไปโดยทันที
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ตั้งแต่เมื่อคืนที่โดนบังคับให้เลิกทำงานหนัก หล่อนก็คิดว่าจะไม่ขัดใจชายหนุ่มอีก เพราะถึงจะไม่ชอบใจก็ไม่มีสิทธิ์ขัดใจ เพราะเธอมันคือลูกหนี้โถโบราณสิบห้าล้าน และเขาก็เป็นเจ้าหนี้ที่ทำให้เธอไม่ต้องติดคุก แต่ต้องใช้ร่างกายและแรงงานชดใช้แทน
“ถ้างั้นก็...”
เมื่อมองไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูวานนั้น เขากลับเริ่มมีอารมณ์ที่อยากจะจูบหล่อนขึ้นมา
“อย่าค่ะ มันเจ็บ”
จัสตินก็รู้ว่าเธอเจ็บเพราะรสจูบของเขามันค่อนข้างจะรุนแรง ดิบเถื่อน และเอาแต่ใจ แต่ใช่ว่าเจ้าตัวจะหยุด
เขามีสิทธิ์ในตัวหล่อนทุกอย่าง อยากจะจูบก็จะจูบ ซึ่งถ้าหากเกิดอยากจะปล้ำขึ้นมา ชายหนุ่มก็ทำได้เช่นกัน
“อื้อ...” ได้แต่ร้องครางประท้วงเบาๆ
เธอไม่ชอบความรุนแรงแบบนี้เลย จะบอกให้เขาหยุดก็คงจะไม่หยุด จริงอยู่ที่เธอคิดว่าจัสตินก็ยังมีความใจดีอยู่บ้าง แต่บางเรื่องที่หล่อนคิดว่าเขาไม่น่าจะมี ก็คือเรื่อง ‘ความอ่อนโยน’
‘ผู้ชายคนนี้เคยมีคำว่าอ่อนโยนอยู่ในจิตใจบ้างมั้ย’ ได้เพียงแค่คิด และรองรับรสจูบดิบเถื่อนต่อไป เพราะต่อให้เธอร้องประท้วง เขาก็คงจะไม่สงสาร
